... ในวันที่สับสนเช่นวันนี้
อดนึกถึงบทความดีดีของคุณติณกานต์ขึ้นมาไม่ได้
...ในวันที่ความคิด ความหวัง ถึงใครคนนั้นดูเหมือนจะเลือนลางและห่างไกล
เพียงแค่อยากเติมความศรัทธาให้เต็มตื้นในหัวใจอีกครั้ง ... เท่านั้นเอง
คุณเชื่อในรักแท้ไหมคุณเชื่อไหมว่าคุณจะได้พบใครบางคนที่เป็นรักแท้ของคุณ
แล้วคุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าเมื่อไหร่ที่เส้นทางระหว่างคุณและเขาจะได้พบบรรจบกันเสียที
เมื่อไหร่ที่คุณและเขาจะเป็นมากกว่าคนแปลกหน้าที่อยู่ใกล้กัน
และเมื่อไหร่ที่เราจะมั่นใจได้ว่าคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่แท้ของเรามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ
จะเป็นไปได้ไหมว่าเราอาจเคยพบหน้ากันแล้ว เพียงแต่เรายังจำกันและกันไม่ได้
ใครจะรู้...พรุ่งนี้ขณะที่สายฝนพร่างสายจากท้องฟ้าสีเทาท่ามกลางผู้คนขวักไขว่บนทางเท้า
ขณะที่ฉันกางร่มสีชมพูใครคนนั้นอาจกางร่มสีฟ้ายืนห่างจากฉันไปแค่ไม่กี่ก้าว
แล้วเราก็เดินข้ามถนนไปพร้อมๆกันก็เป็นได้ ... ใช่ ใครจะรู้
คิดกันเล่นๆ ชีวิตคนเราอาจไม่ต่างไปจากผู้ชายและผู้หญิงในหนังเรื่อง
Turn Leaf, Turn Right(ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา)ก็ได้
เขาและเธอ...นอนอยู่ห่างกันเพียงกำแพงกั้น
...เดินสวนกันตามท้องถนนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
...เคยเล่นกับสุนัขตัวเดียวกัน
แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพระเจ้าได้ประทานของขวัญอันล้ำค่ามาวางไว้ตรงหน้าแล้ว
ดั่งบทกวีของกวีสาวชาวโปแลนด์ที่ผู้หญิงที่มักเลี้ยวซ้ายได้แปลเอาไว้...
"ทั้งสองต่างพันผูกเชื่อมกันไว้ด้วยจิตวิญญาณ
ต่างเข้าใจในอารมณ์งดงามเหมือนดั่งสัจธรรมอันเที่ยงแท้
หากแต่ความไม่เที่ยงแท้งดงามกว่า
ทั้งสองไม่รู้จักกันมาก่อน
ดังนั้นจึงไม่คาดหวังว่าดวงชะตาจะมาประสบพบกัน
อาจเคยพบพานกันตามถนนบนบันได บนระเบียง และทุกหนทุกแห่ง
ทั้งสองอาจพบกันมานานแสนนานแล้วอยากถามว่าพวกเขาจำกันได้หรือไม่
ว่าเคยพบกับต่อหน้าต่อตาตรงประตูหมุนหรืออาจเคยพูดกันในฝูงชนแออัดว่าขอโทษ
หรืออาจเคยส่งเสียงกันทางสายโทรศัพท์ว่าคุณต่อผิด
แต่ทว่าฉันรู้คำตอบของพวกเขาซึ่งก็คือ -ไม่-พวกเขาต่างจำกันไม่ได้
พวกเขาคงตะลึงงงหากรู้ว่าโชคชะตาเล่นตลกกับพวกเขา
และอาจไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะเปลี่ยนไปตามโชคชะตา
ดุจฟ้าเป็นใจเปิดโอกาสให้พวกเขาแล้วก็ปิดกั้นหนทางพบประสบพักตร์
ฟ้าหัวเราะเยาะเย้ยอย่างยิ่งดุจผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา"
อะไรคงไม่น่าเศร้าใจไปกว่า
การที่เราปล่อยให้-เขา- หรือ -เธอ-หลุดลอยไป
ทั้งที่หัวใจต่างโหยหาและเฝ้าคอยกันมาตลอดชีวิต
ฉันเชื่อมั่นในการพบกันของคู่แท้เสมอ
ฉันรู้ว่าเขามีตัวตนอยู่จริงบนโลกที่สับสนวุ่นวายใบนี้และเราจะได้พบกันในที่สุด
มิใช่เรื่องยากอย่างใดเลยที่เราจะได้พบพานกัน
กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุด้วยไอร้อนเขาเคยขี่ม้าฝ่าเปลวแดดและเม็ดทรายฟุ้งตลบมาพบฉัน
เขายังเคยแอบปีนปราสาทสูงมาหาเพื่อราตรีสวัสดิ์ต่อกัน
แม้กระทั่งในสงครามอันโหดร้ายรอยจูบของเขาได้ย้ำให้เชื่อว่า...
...ฉันจะปลอดภัยในอ้อมอกของทหารหนุ่มผู้นี้
ชีวิตของฉันวันนี้ไม่มีเปลวแดดบนทะเลทรายไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่มีการสู้รบในสงคราม
กับชีวิตที่ง่ายกว่าเหตุใดเราจะพบกันอีกไม่ได้เล่า
เมื่อหลายปีก่อนฉันไปเจอเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่มาตอกย้ำความเชื่อมั่นและศรัทธาในความรักของฉันว่า"คนเราทุกคนย่อมมีเนื้อคู่ของตัวเองทั้งสิ้น"
ใน Only Love Is Real(เราจะข้ามเวลามาพบกัน)แปลโดยพี่โจ-มณฑานี ตันติสุข
ดร.ไบรอัน แอล. ไวส์ได้เขียนไว้ว่า
"จงอย่ากังวลกลัดกลุ้มเรื่องจะได้พบคู่แท้หรือไม่เลย
การได้พบกันเป็นเรื่องของชะตาลิขิตเขาจะต้องมา
หลังจากพบกันแล้วจิตใจอิสระของคู่รักทั้งสองจะเดินเรื่องจากนี้ไปเอง
คู่ที่ตื่นน้อยอาจเลือกตัดสินใจตามสมองบัญชาจากความกลัวหรือจากอคติ
แล้วโชคร้ายนักที่การตัดสินใจเยี่ยงนี้มักจบลงด้วยหัวใจที่แหลกสลาย
คู่ที่ตื่นมากแนวโน้มการตัดสินใจที่โดยยึดหลักความรักเป็นที่ตั้งก็สูงตาม
เมื่อใดที่คู่รักทั้งสองต่างตื่นด้วยกันความสุขล้ำยากหาใดเหมือนก็อยู่แค่เอื้อมมือคว้า"
ฉันบอกไม่ได้ว่าบนรถไฟฟ้า บนถนนหนทาง ที่สวนสาธารณะหรือในร้านหนังสือ
ฉันคลาดกับ -คู่-ของฉันมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
แต่ไม่สำคัญหรอกและฉันก็ไม่เคยเสียดายที่ฉันรีบเดินเลี้ยวซ้ายออกไป...
ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในร้านแล้วหยิบหนังสืออ่านเล่มเดียวกับที่ฉันเปิดดูเมื่อครู่นี้
เพื่อนคนหนึ่งบอกไว้ว่าเคยสังเกตเห็นไหมว่าพระเอกกับนางเอกมักจะคลาดกันในตอนแรกๆ เสมอ
แต่ในที่สุดแล้วคนทั้งคู่ก็ได้จับมือกันไว้มิให้คลาดแคล้วกันอีกต่อไป
การสังเกตสังกาของเพื่อนฉันน่ารักดี
ผู้หญิงที่มักเลี้ยวซ้ายและผู้ชายที่มักเลี้ยวขวาในหนังก็เป็นเช่นที่เพื่อนฉันบอก
คนสองคนที่ถูกกำหนดมาให้เกิดมาเพื่อรักกันแล้วจะคลาดกันได้นานสักแค่ไหนเชียว
ป้ายสีเหลืองที่สถานีรถไฟฟ้าใน Turn Leaf, Turn Rightโปรยประโยคไว้ว่า
"ชีวิตเต็มไปด้วยความบังเอิญแม้เส้นทางคู่ขนานก็อาจมาพบกันได้"
ฉันเห็นด้วยเพียงครึ่ง
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญทุกสิ่งล้วนมีเหตุมีผล
แม้ชีวิตเป็นเรื่องลี้ลับแม้ความรักจะมหัศจรรย์ไม่รู้คลาย
ฉันก็ยังไม่เคยเชื่อว่าการพบกันหรือคลาดกันของคู่แท้จะเป็นเรื่องบังเอิญ
หากแต่เป็นสิ่งที่ถูกวางแผนไว้อย่างเหมาะเจาะแล้วต่างหาก
เพราะระหว่างการรอคอยที่นานนับฉันจะรู้จักใช้ชีวิตของตัวเองให้เป็นไปในทางที่ดีงาน
พี่โจ-มณฑานีเคยกล่าวไว้ว่า
"เมื่อเรายังไม่พบกับคนที่ใช่ก็ขอให้ใช้เวลานี้เคลียร์ชีวิตตนเองให้สะอาด
ปัด กวาด เช็ด ถูเตรียมห้องหับไว้คอยต้อนรับเขา
แล้วเขาจะหายเหนื่อยเมื่อได้รู้ว่าเราเองก็ตั้งใจรอคอยเขาเช่นกัน"
จริงอย่างที่พี่โจว่ากว่าเขาจะฝ่าฝูงชนมาหาฉันได้ ระยะทางแห่งการเดินทางคงมิใช่น้อย ...
เขาคงเหนื่อย ... แล้วจะให้เขามาพบกับบ้านรกๆ
ให้เขามารักกับผู้หญิงใช้ชีวิตอย่างไร้คุณค่าและไม่เคยสร้างสิ่งดีๆให้ตนเองได้อย่างไร
แต่เมื่อเราต่างจัดเตรียมความรักและชีวิตที่ดีให้แก่กัน
เมื่อนั้นคุณค่าแห่งความรักจะเพิ่มค่าทบทวีความปิติในใจท่วมท้น
เราจะตระหนักรู้อยู่ทุกขณะจิตว่า
เธอคือของขวัญที่สุดแสนมีค่าเกินกว่าฉันจะปล่อยทิ้งไปได้และเราจะโอบกอดกันไว้ตลอดกาล
ฉันรู้ว่าวันนั้นกำลังเดินทางมาถึง
เพราะคนที่เชื่อในความรักย่อมสมควรได้รับความรักตอบแทน
ไม่แน่นะ...พรุ่งนี้...ฉันอาจจะอยากเดินเลี้ยวขวาขึ้นมา
และเขาอาจนึกสนุกอยากลองเดินเลี้ยวซ้ายดูบ้าง
บนหนทางที่แสนเคยชินเราอาจเลี้ยวมาพบกัน
นั่นสินะ...ใครจะรู้






